Connect with us

Uncategorized

สั่งเพิ่มอีก 6,111 ล้านบาท

ในสถานการณ์ปัจจุบัน มียอดผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆวัน และไม่มีท่าทีว่าจะลดลงแต่อย่างใด ในตอนนี้ทางรัฐบาลก็พยายามจะควบคุมสถานการณ์ให้ได้อย่างดีที่สุด ในตอนนี้ก็มีนโยบาย ล็อคดาวน์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายสิ่งไม่ดี อีกทั้งยังมีการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ในทุกๆทาง ไม่ว่าจะเป็นแจกเงินเยียวยา หรือแจกอาหารแก่ประชาชน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ จริงๆแล้วน่าจะเป็นวัคซีนมากกว่า ซึ่งในประเทศไทยก็ยังมีผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอีกมาย ล่าสุด สาธารณะสุข ได้ขอสั่งนำเข้าวัคซีนซิโนแวค เพิ่มอีก 10.9 ล้านโดส เพื่อหวังจะช่วยควบคุมโ-ค เสริมภูมิคุ้มกัน และได้เร่งประสาน ผอ.องค์การเภสัชกรรม เป็นกรณีเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.64 ที่ผ่านมา นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เซ็นคำสั่งถึงผอ.องค์การเภสัชกรรม

เรื่องขอความอนุเคราะห์นำเข้าวัคซีนซิโนแวค เพิ่มเติม

ตามมติประชุมครม. ได้อนุมัติวงเงินกู้ ตามการพิจารณาของข้อเสนอแผนงานหรือโครงการ

เพื่อใช้จ่ายการจัดหาวัคซีน สำหรับประชากรในประเทศ เพิ่มเติม 10.9 ล้านโดส

ซึ่งในประเทศ มีผู้ได้รับวัคซีนสะสม 12,908,193 โดส

แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังพบการระบาดในหลายจังหวัด

โดยเฉพาะกทม. ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลให้สถานการณ์ไม่ดีขึ้น

กรมควบคุมฯ จึงเห็นว่าเพื่อเป็นการป้องกัน ควบคุมโ-ค และสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ให้ประชาชน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของประเทศ

จึงขอองค์การเภสัชกรรมนำเข้าวัคซีนซิโนแวค เพิ่มเติม 10.9 ล้านโดส เป็นกรณีเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวนี้ออกไป ก็มีกระแสตีกลับเป็นอย่างมาก

ถึงกับมีการตั้งคณะกรรมการ เข้าร่วมประชุม เป็นเรื่องราวใหญ่โต

เพราะเนื่องจากต้องใช้งบประมาณถึง 6.1 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มหาศาล

โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า จากหนังสือคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ กำหนดให้นำงบประมาณ 6.1 พันล้านบาท

ไปจัดหาวัคซีนโดยให้กรมควบคุมโรคดำเนินการในการพิจารณา หนังสือดังกล่าวยังระบุด้วยว่า

ขณะนี้CV กลายพันธุ์แล้ว ดังนั้น ให้หาวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีอื่นที่สามารถป้องกันเชื้อCV กลายพันธุ์ได้

หรือแปลว่าไม่ให้ใช้ซิโนแวค แต่ให้ใช้ยี่ห้ออื่น

 

ซึ่งในการชี้แจงก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมควบคุมฯ

ระบุว่าได้สอบถามไปยังองค์การเภสัชกรรมได้ความว่ามีแต่ซิโนแวค อย่างอื่นไม่มี

จึงเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มได้ หรือแม้แต่เอกชนก็ยังหาวัคซีนยี่ห้ออื่นได้

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า จากเอกสารของสภาพัฒน์ ชัดเจนว่าให้จัดหาวัคซีนควบคู่กัน จำนวน 10.9 ล้านโดส

กรมควบคุมฯได้จัดหาแล้ว ได้มีการเจรจา และได้ลงนามกับไฟเซอร์เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนต่อไปคือแจ้งสภาพัฒน์ฯ เพื่อนำเงินกู้จำนวนดังกล่าวมาใช้ต่อไป

ขอย้ำว่าควบคู่ไม่ได้แปลว่าไม่ให้ซื้อ การหาวัคซีนระหว่างเดือนก.ค.-ส.ค. มีความสำคัญมาก

เพื่อจะได้ฉีดให้กับประชาชนอย่างรวดเร็ว เวลากรมควบคุมฯจัดหาวัคซีน จะจัดหาจากผู้ผลิตและตัวแทนต่างๆ ซึ่งในประเทศไทย

คือ องค์การเภสัชกรรม ทางกรมควบคุมโรคได้มีหนังสือสอบถามไปว่ามีวัคซีนอะไรให้กับกรมควบคุมฯบ้าง

ซึ่งทางองค์กรเภสัชฯ แจ้งกลับมาว่ามีวัคซีนซิโนแวคให้

งบประมาณ 6.1 พันล้านบาท ไม่ใช่จำนวนน้อย และเป็นเงินกู้ด้วย

คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ กำหนดให้จัดซื้อวัคซีนที่ป้องกันไวรัสกลายพันธุ์

แต่ก็ยังคงซื้อวัคซีนซิโนแวค ซื้อมาก็เป็นปัญหาว่าจะนำไปทิ้งที่ใด

เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นและไม่ยอมฉีดซิโนแวค นี่คือผลที่ยืนยันว่า ทำไมถึงมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็หวังที่จะได้รับวัคซีนที่ดีและมีคุณภาพ และก็หวังอย่างยิ่งว่า ทางรัฐบาลจะจัดหาสิ่งที่ดีมาให้กับประชาชนเช่นกันค่ะ

เรียงเรียงโดย : T.

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in Uncategorized